แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

ถ้าไม่อยากหมดตัวกับธุรกิจ ขายตรง ต้องอ่าน 5 อย่า..นี้

5 อย่า ถ้าไม่อยาก หมดตัวกับ ...ขายตรง

หลายคนอาจจะเคยเจอ หรืออาจเคยเข้าไปสัมผัสกับธุรกิจขายตรง หลายคนประสบความสำเร็จกับธุรกิจขายตรง แต่ก็มีอีกหลายคนหรือจำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จ หรือเจ๊งกับธุรกิจนั่นเอง วันนี้เราจึงมาแนะนำว่า ถ้าไม่อยากหมดตัวกับธุรกิจขายตรง ต้องดู 5 อย่า มาดูอย่าแรกกันเลย


1.       อย่าเชื่อทั้งหมด 100% อย่าเชื่อเพราะเพียงเห็นว่า เจ้าของเป็นคนถือศีล หรือ เพียงเพราะใส่ชุดขาว เพราะสิ่งที่เราเห็นหรือดูจากภาพภายนอก อาจไม่เป็นจริงอย่างสิ่งที่เราเห็น แต่จงกลับไปดูพฤติกรรมในอดีต หรือไปสืบประวัติของเจ้าของว่า มีนิสัยอย่างไร จะได้วิเคราะห์ถูกว่าเราควรจะเดินตามหรือไม่



2.       อย่าทุ่มจนเกินตัว เพราะไม่มีอะไรแน่นอน ธุรกิจขายตรงไม่ใช่ธุรกิจของพ่อแม่เรา การที่เราทุ่มเทอะไรเกินตัวไป มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าเราทุ่มเกินตัวโดยไม่ได้วิเคราะห์หรือแยกแยะอะไรเลย อาจทำให้หมดตัวได้ เพราะระหว่างที่เรากำลังเดินหน้าปะ ฉะ ดะ อยู่นั้น ทางหลังบ้าน เช่น บริษัทกำลังมีปัญหาภายใน ผู้บริหารแตกคอกันเอง หรือ บริษัทอาจมีการล้วงสายงานเรา หรือ บริษัทอาจมีการปรับแผนการตลาดใหม่ เพื่อให้เราได้คอมมิชชั่นน้อยลง บริษัทจะได้จ่ายน้อยลง



3.       อย่าใช้เงินตัวเองมาสร้างทีม เพราะการเอาเงินตัวเองมาสร้างทีมก็ไม่ต่างอะไรกับการหาเงินหรือเอาเงินตัวเองมาให้คนอื่นใช้ สุดท้ายเงินเก่าที่เราเก็บสะสมไว้ ก็จะค่อยๆ หมดไป แต่ควรเอาเงินที่ได้จากในแผนการจ่ายผลตอบแทนมาใช้ หรืออาจใช้วิธีเอาเงินมาต่อเงิน กล่าวคือ การช่วยค่าการจัดประชุม หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้กับทีมงาน เพื่อให้เขาทำงานแทนเรา ตัวเราจะได้ไม่ต้องวิ่งช่วยทีมงาน กรณีมีทีมงานอยู่ทั่วประเทศ



4.        อย่ากลัวเสียหน้า ยอมถอยเมื่อรู้ว่า บริษัทไปต่อไม่ได้ คนไทยส่วนใหญ่มักมีนิสัย “เสียอะไรไม่ว่า แต่อย่าเสียหน้า ข้าไม่ยอม” จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลายคนหมดตัวกับธุรกิจขายตรง เพราะจมไม่ลง ทั้งที่รู้ว่าเรือกำลังจม แต่ก็จะพยุงเอาไว้ หวังว่าจะกู้กลับคืนมาได้ โดยเอาเงินเก่ามาถมเติมเต็มเรื่อยๆ สุดท้ายบริษัทก็ปิดอยู่ดี สู้เราเก็บเงินและรักษาทีมงานองค์กรเอาไว้ เพื่อจะได้ไปทำที่บริษัทใหม่ หรือ ไปทำธุรกิจอื่นแทน


5.       อย่าทำ ถ้าคุณไม่รู้อะไรเลยในธุรกิจ เพราะคุณจะตกเป็นเหยื่อของคนอื่นแน่นอน ยิ่งเขาบอกให้คุณลงทุนเลย แล้วจะได้เท่านั้นเท่านี้ ลงทุนแล้วไม่ต้องทำอะไร รอรับเงินอย่างเดียว เดี๋ยวจะเอาคนมาต่อ เพื่อให้ได้ตังค์ ยิ่งคนที่มีเงินมักจะถูกเสนอให้เปิดเป็นคลังสต็อกสินค้า เพื่อกิน All Sale เท่านั้นเท่านี้ แล้วจะมีคนมาซื้อสินค้าในสต็อกของคุณก็จะมีรายได้เพิ่มอีกทาง สุดท้ายลงทุนไปแล้วแต่ไม่มีคนมาซื้อ สินค้าที่ลงทุนไปก็ต้องนำมาขายตัดราคา หรือปล่อยให้หมดอายุไป



ดังนั้นถ้าไม่อยากหมดตัวกับธุรกิจขายตรง ต้องคิดดี คิดให้รอบคอบ เพราะถ้าอยากจะรวยกับธุรกิจขายตรงคุณต้องรู้ให้รอบด้านทั้งจากภายในและข้างนอกบริษัท อย่าคิดบวกมากเกินไป อย่ามองโลกสวยเพียงด้านเดียว เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่จะมองแต่กำไรเพียงอย่างเดียว ควรจะมองลบเผื่อเอาไว้ เพื่อจะได้เตรียมทางออกเอาไว้ สุดท้ายจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของ “ธุรกิจขายตรง” นั่นเอง

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

‘ลองเดอเซ่’ ส่งต่อ ‘ฟิวเจอร์ ออนไลน์’ ลุยธุรกิจขายตรง ตั้งเป้าโกยยอดขาย 1,000 ล้านบาท


‘ลองเดอเซ่’ เหล้าเก่าในขวดใหม่ เนรมิต ‘ฟิวเจอร์ ออนไลน์’ ปรับแผนการตลาด-ภาพลักษณ์ใหม่ กรุยทางสร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาทในธุรกิจขายตรง



ต้องยอมรับว่า “ลองเดอเซ่” คือ บริษัทขายตรงที่สร้างนักขายจากโนเนม ให้กลายมาเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้หลักล้านต่อเดือนมาระดับวงการขายตรงไทยมาแล้วมากมาย แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ “ธัชกร นาราปิติพร” และ “ภิญญาพัชธ์ วงศ์เรืองศรี” 2 สามี-ภรรยา ตัดสินใจยอมปล่อยวาง “ลองเดอเซ่” แล้วมาเปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ซึ่งว่ากันว่าเปรียบเหมือน “เหล้าใหม่ในขวดเก่า”


การมาของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการขายตรงเมืองไทยอีกครั้งได้หรือไม่ ก็ต้องมาดูกัน!! เพราะก่อนหน้านี้ “ธัชกร” และ “ภิญญาพัชธ์” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการขายตรงไทยมาแล้ว ด้วยการนำรูปแบบของธุรกิจขายตรง มามิกซ์กับการตลาดแบบชั้นเดียว หรือ Single Marketing


โดยนำดารานักแสดงชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์สินค้า เช่น การดึงเอา “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์คอลลาเจน มีเลิฟ (Me Love) ซึ่งได้สร้างยอดขายแบบถล่มทลายกันมาแล้ว หรือ การได้ซุปตาร์ตัวแม่อย่าง "แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ Longderse Secret หรือแม้กระทั่งการได้นางเอกสาวสวยมากความสามารถ อย่าง "เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา" มานั่งเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ Longderse S แป้งคุชั่นไข่มุกเนื้อ จนสร้างยอดขายกันมาแล้วมากมาย


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นมากสำหรับธุรกิจ “ลองเดอเซ่” แต่หากจะวิเคราะห์องค์ประกอบของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” เมื่อเทียบกับ “ลองเดอเซ่” โดยใช้หลักการวิเคราะห์ SWOT มาดูกันว่า จะไฉไลกว่าเดิมหรือไม่
จุดแข็งของฟิวเจอร์ ออนไลน์


ความแปลกใหม่ของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ถือว่าแตกต่างจาก “ลองเดอเซ่” ค่อนข้างมาก เพราะนอกจากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆ ทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ใหม่ นักธุรกิจมืออาชีพเข้ามาเพิ่ม ประสบการณ์ของผู้บริหารที่มากขึ้น และแผนการจ่ายผลตอบแทนที่จ่ายเยอะขึ้น จากเดิมของ “ลองเดอเซ่” มีรายได้เพียงแค่ 4 ช่องทาง แต่ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ใหม่ มีรายได้มากถึง 6 ช่องทาง (เปรียบเทียบตาราง)

เมื่อพูดถึงประสบการณ์การบริหารงานของ 2 ผู้บริหารถือว่าโดดเด่นมาก เพราะ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ไม่ได้เริ่มต้นนับ 0 เพราะมีพื้นฐานเดิมมาจากลองเดอเซ่ ซึ่งทั้งสองรู้ดีว่าจะทำอย่างไรให้ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” เติบโต เหมือนกับลองเดอเซ่ เพียงแต่จะปล่อยของออกมา ช่วงไหนแค่นั้นเอง

ขณะที่สมาชิกของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ก็ไม่ได้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะพื้นฐานของสมาชิกส่วนใหญ่ก็มาจาก “ลองเดอเซ่” และยังมีฐานสมาชิกกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพเพิ่มเติม ทำให้ฐานกำลังสมาชิกของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น


จุดที่ต้องปรับปรุงของฟิวเจอร์ ออนไลน์
          การที่ 2 ผู้บริหาร บริหารงานเอง และตัดสินใจเองทั้งหมด ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้น เช่น ผู้บริหารไม่อยู่นานๆ อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารของบริษัทได้ หรือหากเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบสุดๆ ขึ้น กับ 2 ผู้บริหาร คนที่จะมาสานต่อและขับเคลื่อน “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ให้เดินต่อได้นั้น คนๆ นั้นจะคุมบังเหียนได้หรือไม่ ดังนั้นการจะให้ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” เป็นบริษัทที่มั่นคง และยั่งยืน รวมถึงการเป็นบริษัทที่เป็นมืออาชีพจริงๆ เชื่อว่าผู้บริหารทั้ง 2 น่าจะคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะการจะทำธุรกิจเติบโตให้ได้นานๆ ต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพื่อส่งต่อให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปได้ในอนาคต


โอกาสทางธุรกิจของฟิวเจอร์ ออนไลน์
          การที่ 2 ผู้บริหารเคยเป็นทั้งแม่ทีม และผู้บริหารมายาวนาน ทำให้ทราบดีว่า สมาชิกและผู้นำ ต้องการอะไร เช่น สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค โปรโมชั่นที่โดนใจ ทั้งผู้นำและลูกค้า ประกอบการทั้ง 2 คน มีอำนาจตัดสินใจได้ทันที ไม่ต้องไปปรึกษาใคร ทำให้ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ได้แบบปัจจุบันทันด่วน


อุปสรรคของธุรกิจฟิวเจอร์ ออนไลน์
อุปสรรคของธุรกิจถือว่า น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ มีแต่ข้อควรระวัง กล่าวคือ สมาชิกกลุ่มเดิมที่เคยร่วมงานกันมา กับ “ลองเดอเซ่” ที่ออกไปทำค่ายอื่นแล้ว หรือคนที่ไปเปิดบริษัทเอง อาจมีการโจมตีผู้บริหารในเรื่องลบๆ บ้าง เพื่อดิส เครดิต และดึงคนของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ไปร่วมทีมด้วย ซึ่งเชื่อว่าทางผู้บริหารคงเตรียมมือไว้รองรับแล้ว เพราะของจริงมันก็คือของจริง และเชื่อว่าผู้บริหารทั้ง 2 น่าจะเอาอยู่อย่างแน่นอน


ความท้าทายของ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ไม่ได้อยู่ที่ประสบการณ์ หรือทีมบริหาร เพราะ 2 ผู้บริหารได้สะสมประสบการณ์บนถนนขายตรงมายาวนาน และมากพอแล้ว แต่การจะนำพานาวาลำนี้พุ่งทะยานไปสู่ยอดขาย 1,000 ล้านบาทตามที่ “ธัชกร” และ “ภิญญาพัชธ์”  คาดหวังไว้ต่างหาก คือบทพิสูจน์ของจริงว่า กุญซือขั้นเทพที่สร้างมนุษย์เงินล้านมาประดับวงการขายตรงมาแล้วมากมาย จะเนรมิตให้ “ฟิวเจอร์ ออนไลน์” ไต่บันไดฝั่งฝันได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ใครว่า!! เจ้าสัวล้มไม่เป็น เจ้าพ่อเนสกาแฟยกธงขาว สั่งยุติขายตรง P80 มีผล 16 มีนาคม 2563 นี้


ใครว่า!! เจ้าสัวล้มไม่เป็น เจ้าพ่อเนสกาแฟยกธงขาว สั่งยุติขายตรง P80 มีผล 16 มีนาคม 2563 นี้


เรียกได้ว่า ล้มไม่เป็นท่า เมื่อเจ้าสัว “ประยุทธ มหากิจศิริ” เจ้าพ่อเนสกาแฟเมืองไทย สั่งให้ยุติการดำเนินธุรกิจของ “บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด” หรือที่รู้จักกันในนาม P80 โดยได้ทำหนังสือแจ้งออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่องแจ้งการยุติการดำเนินธุรกิจขายตรง



เนื้อความของจดหมายระบุว่า “บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด” มีความประสงค์ขอยกเลิกการประกอบธุรกิจขายตรงในวันที่ 16 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะไม่มีการจำหน่ายสินค้ากับสมาชิก โดยบริษัทฯ ขอกำหนดเงื่อนไขการคืนสินค้าดังต่อไปนี้
          สมาชิก - สามารถคืนสินค้าได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับสินค้า (กรณีซื้อก่อนวันที่ 16 มีนาคม 2563)
          ผู้บริโภคทั่วไป - สามารถคืนสินค้าได้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า
ลงชื่อ กรรมการบริษัท



สำหรับบริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด หรือที่เรียกติดปากกัน P80 ได้เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจมาเมื่อต้นปี 2562 โดยเจ้าสัว “ประยุทธ มหากิจศิริ” ได้ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า จะเข้ามารุกธุรกิจขายตรงแบบเต็มตัว โดยมีวลีที่ติดหู เรียกคะแนนจากสมาชิกเป็นอย่างมาก “ผมจะพา P80 ไประดับโลก ใครไปด้วย ตามผมมาครับ”



ด้วยจุดขายของ P80 ที่มีกลุ่มนายทุนใหญ่ เป็นถึงเจ้าสัวหมื่นล้านกระโดดเข้ามาเล่นในธุรกิจขายตรง โดยกล้าใช้ชื่อของตัวเองการันตีความมั่นคง ด้วยจุดเด่นของสินค้าที่ได้ น้ำลำไยสกัดเข้มข้น ที่ช่วยให้การนอนหลับลึกมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทถึงขั้นจัดกิจกรรมพิเศษในรูปแบบเรียลลิตี้โชว์ โดยให้ณเดช พรีเซ็นเตอร์แบรนด์ P80 มานอนหลับโชว์กลางห้างฯ ดังกันเลยทีเดียว


การทำให้แบรนด์ เนสกาแฟ เป็นเบอร์ 1 ของตลาดกาแฟซองถือว่ายากแล้ว แต่การทำให้แบรนด์ P80 ติดทำเนียบแถวหน้าของธุรกิจขายตรงเมืองไทยยากมากกว่า แม้ในช่วงเริ่มต้น P80 จะได้พรีเซ็นเตอร์ชื่อดังอย่าง “ณเดช คูกิมิยะ” และนักมวยแชมป์โลกชื่อดังอย่าง “แมนนี่ ปาเกียว” มาเป็นแบรนด์เอมบาสเดอร์ พร้อมกับทุ่มงบโฆษณาชนิดแบบไม่อั้น ทำให้มีสมาชิกและผู้นำไหลเข้าไปบ้าง แต่สักพักผู้นำเหล่านี้ก็ไหลออก


ทำให้บริษัทต้องทุ่มงบประมาณจำนวนมากอีกครั้ง เพื่อจัดงานเปิดตัวแกรนด์โอเพ่นนิ่งอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและผู้นำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้แบรนด์ P80 ทะยานก้าวขึ้นติดตลาดขายตรงแต่อย่างใด ซ้ำร้ายผู้นำในยุคแรกและที่เข้าไปใหม่ก็เริ่มไหลออกเรื่อยๆ


สุดท้ายทำให้ผู้บริหารยอมตัดใจ เพื่อรักษาชื่อเสียงเอาไว้ ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจขายตรงดังกล่าว งานนี้ต้องบอกว่า ใครว่าเจ้าสัวล้มไม่เป็น จริงไม่ครับ


วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

7 ธุรกิจเครือข่ายน้องใหม่ฟอร์มยักษ์ทั้งของไทย และเทศ ยกพลพาเหรดเขย่าตลาดเมืองไทย


ฟีดข่าวออนไลน์ นำเสนอ 7 ธุรกิจเครือข่ายน้องใหม่ฟอร์มยักษ์ทั้งของไทย และเทศ ยกพลพาเหรดเขย่าตลาดเมืองไทย ค่ายเครือข่ายในไทย 3-4 บริษัทฟอร์มใหญ่จ่อเปิดตัวเร็วๆ  นี้

1.ค่าย Wellth ของคุณหมอดา ประธาน SLC​ GROUP​ และ Siam​ Laser​ Clinic​ โดยสินค้าที่จะนำเข้ามาทำการตลาดในช่วงแรกไม่พ้นกลุ่มความสวยความงาม (ตามถนัด) และกลุ่มอาหารเสริม ที่ตอนนี้กำลังระดมผู้นำเข้าไปติดบริษัท ได้วางผังโครงสร้างผู้นำกลุ่มแรกไปแล้ว เหลือรอเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้



2. ค่าย Inter Corporation Quality ICQ เจ้าของร่ำรวยมาจากการเป็นนักเทรดเดอร์ในตลาดฟอเร็กซ์ ตอนหลังหันมาเอาดีทางด้านการทำตลาดเครือข่ายสินค้า โดยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้กลุ่มผู้นำที่เคยร่วมงานกันมาเข้าไปช่วยวางระบบ และปั่นกระแส คาดว่าเร็วๆ นี้จะดังกระหึ่ม!! อย่างแน่นอน





3.ค่ายมูมอร์ (MooMall) ของคุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หลานแท้ๆ ของเจ้าสัวธนินทร์ เจียวรวนนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายแรกของประเทศไทย ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะเปิดตัวภายในเดือนมกราคม 2020 นี้ แต่เนื่องจากต้องรอดูคู่แข่งจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จึงต้องชะลอเปิดตัวออกไปก่อน แต่เมื่อเปิดตัวไปแล้วเชื่อว่าจะเขย่าตลาดธุรกิจเครือข่ายและธุรกิจตลาดออนไลน์สั่นสะเทือนอย่างแน่นอน





**ต่างชาติ 4-5 บริษัท ที่ตอนนี้กำลังเตรียมจะเปิดตัวมีทั้งอเมริกา มาเลเซีย ญี่ปุ่น และจีน

1.ค่ายจากอเมริกา ตอนนี้ได้ออฟฟิศแล้ว และกำลังเจรจากับผู้นำหลายกลุ่มในไทย เพื่อเป็นผู้นำต้นสายในไทย คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเปิดตัวได้

2.ค่าย Volten จากมาเลเซีย ตอนนี้ได้ผู้นำเมืองไทยเข้าไปวางผังองค์กรกันแล้ว โดยได้ทีมบริหารจากอดีตค่าย RF 3 เข้าไปนั่งเป็น CEO ซึ่งแว่วๆ มาว่า ค่ายขายตรงจากมาเลย์จะมีโปรโมชั่นพิเศษมาเซอร์ไพรส์ เพื่อเรียกผู้นำเข้าไปแคมป์เร็วๆ นี้

3.ค่าย 4 Day จากญี่ปุ่น โดยมีผู้นำระดับต้นๆ ของบริษัทแห่งนี้ ได้เข้ามาจัดประชุมกันแถวรัชดาไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมคนก่อน ก่อนบริษัทแม่จะเข้ามาเปิดออฟฟิศอย่างเป็นทางการ

4.ค่ายอาลีน จากจีน เมื่อปลายปีที่แล้วค่ายนี้ได้พาผู้นำจากประเทศไทยไปเยี่ยมชมสำนักงานและโรงงานที่ประเทศจีนมาแล้ว แต่พอกลับมาทางกลุ่มผู้นำไม่ค่อยขยายตลาดต่อ เพราะติดขัดเรื่องของงบประมาณในการเดินทาง บวกกับกลุ่มผู้นำเขาทะเลาะกันเอง จึงทำให้ขายตรงค่ายจึงยังไม่เปิดตัว

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

‘ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์’ ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ทุ่มกว่า 10 ล้านบาท เนรมิต แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสมบูรณ์แบบแห่งแรกในไทย



 ‘ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์’ ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ทุ่มกว่า 10 ล้านบาท เนรมิต แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสมบูรณ์แบบแห่งแรกในไทย ตอกย้ำเบอร์ 1 ขายตรงออนไลน์




เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 อย่างยิ่งใหญ่สำหรับขายตรงออนไลน์เต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศ “ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์” ที่มี 3 กุญซือสมองเพชรระดับแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง “ดร.สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง” “อ.ภูมิสนอง หล้าสุด และ อ.อุทัย แจ่มฟ้า ประธานผู้ร่วมก่อตั้ง”


ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของไทย โดยได้ทีมพัฒนาระบบขั้นเทพอย่าง DEPA ที่เขียนแอพพลิเคชั่นให้กับองค์กรต่างๆ มามากมาย ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2563 นี้


โดยวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบแอพดังกล่าว เพื่อมาช่วยให้ตัวแทนหรือสมาชิกสร้างรายได้แบบต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งรูปแบบของแพลตฟอร์มดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับ Lazada, Shopee และ Alibaba โดยจะเปิดโอกาสให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถนำสินค้าเข้ามาร่วมขายในแพลตฟอร์มนี้ได้เช่นกัน

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ได้จัดงานเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 11 โดยได้เชิญวงคาราบาวแบบเต็มวงมาสร้างเพลิดเพลินและเต็มความสุขให้กับสมาชิกทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และสปป.ลาว นอกจากนี้ในงานยังได้แจกรางวัลให้สมาชิกที่ส่งคูปองร่วมชิงโชค อาทิ ทีวี, ตู้เย็น, โน๊ตบุ๊ก, รถจักรยานยนต์ 5 คัน และรางวัลใหญ่รถยนต์ MG 1 คัน สร้างความสุขให้กับสมาชิกและแฟนเพลงของวงคาราบาวที่เดินทางมาร่วมงานมากกว่า 3,000 คน











วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563

รู้ยัง!! สคบ.สั่งยุติใช้ตราสัญลักษณ์ สคบ.อย่างเป็นทางการ อ้างป้องกันเข้าใจผิดของผู้บริโภค


รู้ยัง!! สคบ.สั่งยุติใช้ตราสัญลักษณ์ สคบ.อย่างเป็นทางการ อ้างป้องกันเข้าใจผิดของผู้บริโภค


สืบเนื่องจากสคบ.ได้มีการมอบประกาศเกียรติคุณและตราสัญลักษณ์สคบ.คุ้มครองผู้บริโภค Consumer Protection (ตราสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยม) และตราสัญลักษณ์ สคบ. คุ้มครองผู้บริโภค Consumer Protection Guarantee Kingdom Of Thailand (ตราสัญลักษณ์รูปวงกลม) ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีคุณสมบัติเฉพาะครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของธุรกิจแต่ละประเภทระหว่างปี 2545-2556

โดยกำหนดระยะเวลาการให้ใช้ประกาศเกียรติคุณและตราสัญลักษณ์แต่ละประเภทเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับมอบ และต่อมาได้ออกประกาศข้อบังคับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า ด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองตามสัญลักษณ์การคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection Guarantee) พ.ศ.2555 เพื่อให้กับผู้ประกอบธุรกิจที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและมีการประกันการเยียวยาชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้บริโภค



ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ สคบ. กำหนด และป้องกันการเข้าใจผิดของผู้บริโภค สคบ.จึงได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง การใช้ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2562 ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบประกาศเกียรติคุณและตราสัญลักษณ์ สคบ.คุ้มครองผู้บริโภค Consumer Protection (ตราสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยม) และตราสัญลักษณ์ สคบ.คุ้มครองผู้บริโภค Consumer Protection Guarantee Kingdom Of Thailand (ตราสัญลักษณ์รูปวงกลม) ระหว่างปี พ.ศ.2545-2556 ให้ยุติการแสดงประกาศเกียรติคุณและตราสัญลักษณ์ทั้งสองประเภท ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563

Visi ปิดดีลจบ ดูดแม่ทีมเบอร์ 1 ค่าย A4S ร่วมทัพ ฉลองปีใหม่ 2020


Visi ปิดดีลจบ ดูดแม่ทีมเบอร์ 1 ค่าย A4S ร่วมทัพรับปีใหม่ 2020


เปิดตัวกันไปแล้ว!! หลังจากแอบไปนั่งตกลงเงื่อนไขการย้ายทีม ด้วยเงื่อนไขแบบยกทีมกันในครั้งนี้ของ “อภิชา รัตนกุลวินิช” หรือ อ.โอ ที่ตัดสินใจถอนสมอเรือจากการเป็นเบอร์หนึ่งค่าย A4S ของ “วรเศรษฐ์ สว่างทรัพย์” หรือที่รู้จักกันในนาม “นิติ สว่างทรัพย์” มาร่วมหัวจมท้ายกับค่าย Visi ที่มี “ชิตวัฒน์ สุขชัย” หรือ ตี๋ ผู้บุกเบิก Visi ไทยแลนด์ นั่งแท่นเป็นเบอร์ 1 จากเมืองลุงแซม




ปิดดีลเงื่อนไขของแม่ทีมใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติของธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะในเมืองไทย เพราะถ้าเมื่อเรือกำลังจะจม ทุกคนก็ต้องเอาตัวรอด ส่วนจะอ้างเหตุผลข้อไหนมาอธิบายเพื่อให้ดูดีนั้น ก็ค่อยไปว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง


แต่ที่แน่ๆ ดีลนี้มีออฟชั่นพิเศษที่คนฟัง ยากจะปฏิเสธ..โดยคนที่เปิดดีลนี้มาจาก “ยุทธพงษ์ไชย ใจแก้ว” เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อร้อยค่าย” ที่มาบุกเบิกกรุยทางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งหากจะว่าไปการเจรจาระหว่าง “อภิชา VS ชิตวัฒน์” ปิดดีลลงตัว ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากนัก เพราะทั้ง “ยุทธพงษ์ไชย-อภิชา” ก็เคยร่วมงานกันตอนอยู่ค่าย A4S กันมาก่อน ซึ่งตอนนั้น “อภิชา” เอง ก็เป็นคนชักนำ “ยุทธพงษ์ไชย” เข้าไปร่วมชายคาบ้าน A4S มาแล้ว



ประเด็นสำคัญ!! ไม่ใช่เรื่องการย้ายค่ายของแม่ทีมเบอร์ 1 อย่าง “อภิชา” แต่เป็นการยืนหยัดของค่าย A4S โดยเฉพาะ “นิติ สว่างทรัพย์” ที่จากนี้ไปเชื่อว่าจะต้องออกมาปรับกระบวนทัพกันแบบล้างบาง หลังต้องสูญเสียแม่ทัพนายกองไปชุดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ไม่นานก็เพิ่งถูก “ชนิดา-ณัฐธรินทร์ บูรณะบุตร” ดูดแม่ทีมไปเซทใหญ่ จึงน่าจับตาแบบเกาะติด (ไม่) คิดตังค์ว่า ค่าย A4S จะปรับกลยุทธ์การตลาดรุกสู้ต่อ หรือจะปล่อยให้เรือลำนี้ค่อยๆ จมไป???



แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ!! โดย เฮียรอง..สี่แยก